Logo

ถอดกลยุทธ์ 5P Marketing ปรับใช้ในธุรกิจยังไง? .....

5P-to-target-with-word-success-dartboard

เขียนเมื่อ 24 Dec 2021

          อยากวางกลยุทธ์การตลาดให้แม่นยำ ประสบความสำเร็จ สร้างมูลค่า และยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ จะบอกว่า ส่วนผสมทางการตลาด หรือกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Mix) แบบ 5P Marketing ช่วยคุณได้ !! 

 

หลักการ 5p Marketing คืออะไร 

          ต้องบอกว่า 5P Marketing เป็นการต่อยอดจากการตลาดแบบ 4P Marketing เป็นแนวคิดของ Edmund Jerome McCarthy (เอ๊ดมันด์ เจอโรม แมคร์ธี) เดิมทีนั้นจะเน้นตัวสินค้าและบริการเป็นหลัก ประกอบด้วย Product , Price, Place และ Promotion 

          โดยการตลาดแบบ 4P เป็นจุดเริ่มต้นของ 5P Marketing แบบจำลองการตลาดแบบพื้นฐานสำหรับธุรกิจให้สร้างธุรกิจด้วยแผนการตลาดที่ชัดเจนไม่หลงทาง อีกทั้ง ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจของเราให้แตกต่างจากคู่แข่ง

 

ในส่วน 5P Marketing นั้นย่อมาจาก 

  • Product ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ
  • Price ราคา
  • Place สถานที่จัดจำหน่าย
  • Promotion การส่งเสริมการตลาด
  • People ผู้คน รวมทั้ง คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย (Target) และพนักงาน

 

          ทั้งนี้ 5P Marketing คือ ปัจจัยที่ควบคุมได้ ถามว่ากลยุทธ์การตลาดแบบ 5P แต่ละข้อมีรายละเอียดอะไรบ้าง นำมาปรับใช้ในธุรกิจอย่างไร Magnus จะสรุปเล่าให้อ่าน ดังนี้

 

1. Product (ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ)

เริ่มต้น 5P Marketing ที่ Product แปลตรงตัวคือ ผลิตภัณฑ์ ในที่นี้จะหมายถึงบริการก็ได้ โดยจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า สินค้าหรือบริการของเรานั้นมีไว้เพื่ออะไร มีประโยชน์อย่างไร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง และทำไมลูกค้าต้องซื้อจากเรา หลังจากได้คำตอบก็จะทำให้เราเห็นภาพมากขึ้นว่า เราจะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมจุดไหน ซึ่งเป็นประโยชน์กับธุรกิจของเราเป็นอย่างมาก
 

2. Price (ราคา)

มีสินค้าและบริการก็ต้องมีราคาขาย ต่อมากับ Price หรือ ราคา เราจะต้องตอบให้ได้ว่า สินค้าและบริการของเรานั้นมีต้นทุนเท่าไหร่ ราคาขายเท่าไหร่ เหมาะสมหรือไม่ และเรายืนอยู่ในตลาดไหน เช่น ตลาดทั่วไป (Mass Market) หรือ ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Nich Market) เลือกให้ถูกสนาม ซึ่งจะต้องกำหนดให้ชัดตอบให้ได้จะได้กำหนดกลยุทธ์ลุยต่อได้ตรงจุดโดนใจกันต่อไป 

 

3. Place (สถานที่)

เป็นอีกเรื่องที่ต้องตอบเลยนะกับสถานที่วางจำหน่ายสินค้าและบริการมีความเหมาะสมหรือเปล่า และลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของเราได้ไหม ยิ่งในยุคนี้สมัยนี้ไม่ได้มีแค่หน้าร้านที่เป็นช่องทางจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีช่องทางออนไลน์ไว้คอยเสิร์ฟความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการของเราได้อีกเยอะ เช่น Facebook, Instargram, LINE OA, TikTok หรือช่องทาง e-Commerce ต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นช่องทางให้เราได้ขายของทั้งนั้น

ถึงแม้ว่าช่องออนไลน์ เช่น แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และช่องทางการขายออนไลน์ต่าง ๆ จะมีประโยชน์ในการเข้าถึงลูกค้าในยุค New Normal แต่จะต้องระวังการเลือกใช้สื่อออนไลน์ด้วย จะต้องเลือกให้เหมาะและตอบโจทย์ธุรกิจของเรา อย่าลืมว่า บางทีช่องทางออนไลน์อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกธุรกิจเสมอไป ดังนั้น เลือกเปิดช่องทางเท่าที่จำเป็น เหมาะสมกับงบประมาณการตลาดจะดีที่สุด
 

4. Promotion (โปรโมชั่น)  

เป็นอีกข้อสำคัญใน 5P Marketing เลยสำหรับ Promotion โปรโมชั่น หรือส่งเสริมการขาย ซึ่งจะต้องกลับมาตอบให้ได้ว่า การวางแผนขายสินค้าและบริการนั้นมีอะไรบ้าง และเรามีแผนทำอะไรต่อจากนี้ เช่น อยากได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ก็สามารถจัดโปรเพื่อกระตุ้นยอดขายจากลูกค้ากลุ่มใหม่ หรือจะจัดโปรเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำให้ลูกค้ากลุ่มเดิมกลับมาซื้อสินค้าเราอีก ตรงนี้จะต้องตอบให้ได้ว่า เรามีเป้าหมายอะไร เพื่อจะได้หากลยุทธ์มาตอบโจทย์ให้ได้

 

5. People (ผู้คน)

ในส่วน People จัดว่าเป็นกลยุทธ์เกี่ยวกับผู้คน “One size doesn’t fit all.” เคยได้ยินคำนี้ไหม เมื่อไซส์เดียวอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน ดังนั้น การมองหาคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้าและบริการของเราที่เป็นตัวจริง พร้อมซื้อสินค้าเรา ลองเก็บข้อมูลระบุรายละเอียดทำความเข้าใจ ทำความรู้จักให้มากขึ้นก็เป็นอีกเรื่องจำเป็น เช่น อายุ เพศ นิสัย พฤติกรรม ความชอบ ฯลฯ ในข้อ People นี้จะคล้าย ๆ กับการทำ Persona ล่ะ เมื่อเรารู้จักและเข้าใจว่าลูกค้าเราเป็นใครก็จะได้ทำการตลาดได้ถูกใจและสร้างความประทับใจได้ในระยะยาวนั้นเอง 

 

          พร้อมกันนี้ อีก People หนึ่งที่ต้องรู้ก็คือ พนักงาน เพราะพนักงานเป็นอีก People ที่สำคัญที่สุด และใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด เราจะต้องไม่ละเลยการพัฒนาศักยภาพและการบริการของพนักงานในธุรกิจด้วยนะ และจะต้องรับมือปรับปรุงบริการทันทีหากมีข้อติเตือนจากลูกค้า ดังนั้น ควรมีแผนการรองรับและก็อย่ามองข้ามเด็ดขาด

          จะเห็นได้ว่า การสรุปรายละเอียด 5P Marketing นั้นช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจของเราให้แตกต่างจากคู่แข่ง โดยนักธุรกิจและนักการตลาดจะต้องหาคำตอบ พร้อมกับทำความเข้าใจสถานการณ์เพื่อหาแผนการตลาดที่ลงตัวที่สุด เริ่มตอบคำถามด้วยตัวเองและจะต้องตอบคำถามตามความจริงนะ จะได้มีข้อมูลเอาไว้วิเคราะห์ และวางกลยุทธ์แก้เกมธุรกิจได้ถูกต้องเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของเราล่ะ

 

ล่าสุดไม่ได้มีแค่ 5P Marketing 

          เพื่อให้ทันยุคทันสมัยมากขึ้นเข้ามาให้เท่าทันกับกระแส Digital Marketing ตอนนี้ Marketing Mix ได้ทำการอัปเดท 7P Marketing ที่ถูกคิดค้นโดยกูรูด้านการตลาดชั้นนำของโลก Philip Kotler (ฟิลิป คอตเลอร์) หากให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย 7P Marketing เน้นการบริการเป็นหลัก โดยเพิ่ม 2 อย่าง ดังนี้ 

  • Process ซึ่งเป็นกระบวนการให้บริการ ขั้นตอนการให้บริการที่ทันท่วงที และรวดเร็วทันใจ 
  • ตามด้วย Physical Evidence เป็นองค์ประกอบภายนอกที่ลูกค้าจะได้รับจากเราทุกสิ่งอย่าง เน้น ๆ เป็นสิ่งแวดล้อมที่มองเห็น ร้านค้า การจัดร้าน ฯลฯ