Logo

A/B Testing คืออะไร เราควรทำการทดสอบแบบนี้ไหม .....

what is AB Testing

เขียนเมื่อ 05 Jan 2024

คุณเคยสงสัยไหมว่าสื่อโฆษณาต่าง ๆ หรือ Landing Page ของคุณคือเวอร์ชันที่ดีที่สุดแล้วใช่ไหม และผลงานเหล่านี้ของเราน่าสนใจในสายตาของคนอื่น ๆ หรือเปล่า ดังนั้นผลควรวัดผลด้วย A/B Testing ซึ่งจะทำให้คุณสามารถไขข้อกระจ่างได้เป็นอย่างดี

 

 

A/B Testing คืออะไร

A/B Testing หรือ Split Testing  เป็นกระบวนการที่ใช้ในการทดลองและประเมินผลลัพธ์ของสองเวอร์ชัน (A และ B) เพื่อหาว่าเวอร์ชันไหนมีประสิทธิภาพดีกว่ากันในแง่ของเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

การทดสอบ A/B ช่วยให้นักธุรกิจและนักการตลาดสามารถตัดสินใจได้โดยอิงข้อมูลจริง ไม่ใช่เพียงแค่สมมติฐานหรือคาดเดา การใช้วิธีนี้ช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงใดมีประสิทธิผลต่อผู้ใช้หรือลูกค้า นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการทำการตลาดโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาการทดลองและข้อผิดพลาดที่อาจมีราคาแพง

 

 

A/B Testing มีประโยชน์อย่างไร

1. ตัดสินใจด้วยข้อมูลจริง

A/B Testing ช่วยให้การตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันขึ้นอยู่กับข้อมูลจริงและการวิเคราะห์ ไม่ใช่เพียงการคาดเดาหรือสมมติฐาน

2. เพิ่ม Conversion Rates 

การทดสอบจะช่วยให้สามารถหาวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่ม Conversion Rates ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียน การขาย หรือการดำเนินการอื่นๆ ที่สำคัญต่อธุรกิจ

3. ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience)

 การทดสอบเวอร์ชันต่างๆ ช่วยให้เข้าใจว่าองค์ประกอบใดที่ทำให้ผู้ใช้พึงพอใจและมีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่า สามารถทำให้เราได้ชิ้นงานหรือเว็บไซต์ที่เหมาะสมและได้รับ User Experience ที่ดีที่สุด

4. ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ

การใช้ A/B Testing ช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพราะทำให้แน่ใจว่าการตัดสินใจมีพื้นฐานจากข้อมูลที่เชื่อถือได้

5. เพิ่มความเข้าใจในกลุ่มเป้าหมาย

A/B Testing ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงพฤติกรรมและความชอบของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

6. เพิ่มการมองเห็นในผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง

ด้วยการทดสอบ A/B สามารถวัดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหรือการปรับปรุงครั้งใหญ่

7. ปรับปรุงการตัดสินใจทางการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ผลลัพธ์จาก A/B Testing ช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงแนวทางและกลยุทธ์ในการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น

8. สร้างข้อมูลอ้างอิงสำหรับการพัฒนาในอนาคต

ผลลัพธ์จากการทดสอบช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างฐานข้อมูลเพื่ออ้างอิงในการตัดสินใจและพัฒนาในอนาคต

 

 

 

รูปแบบของ A/B Testing 

1.การทดสอบ Landing Page

การเปรียบเทียบระหว่างสองหรือมากกว่าหน้า Landing Page เพื่อดูว่าองค์ประกอบต่างๆ เช่น ข้อความ, รูปภาพ, การออกแบบ, หรือปุ่มการกระทำ (CTAs) มีผลกระทบต่ออัตราการแปลง (conversion rates) อย่างไร

2.การทดสอบ Email Marketing

การทดสอบหัวข้ออีเมล, เนื้อหา, การออกแบบ, เวลาส่ง หรือปุ่มการกระทำ เพื่อดูว่าองค์ประกอบใดมีผลต่ออัตราการเปิดอีเมลหรือคลิกที่ดีที่สุด อย่างเช่น ThaiBulkSMS เองก็มีบริการที่ให้คุณส่ง Email Marketing ที่สามารถทดลองส่งแบบ A/B Testing ได้ด้วยเช่นกัน 

3.การทดสอบเนื้อหาในเว็บไซต์

การเปรียบเทียบเนื้อหาที่แตกต่างกันบนเว็บไซต์ เช่น บทความ, คำอธิบายผลิตภัณฑ์, หรือข้อเสนอพิเศษ เพื่อดูว่าเวอร์ชันไหนดึงดูดความสนใจและมีปฏิสัมพันธ์จากผู้ใช้มากที่สุด

4.การทดสอบฟีเจอร์ใหม่

 การปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ เช่น ฟังก์ชันการค้นหา, ระบบแนะนำผลิตภัณฑ์ หรือการออกแบบ UI/UX เพื่อวัดผลกระทบต่อประสบการณ์ผู้ใช้

5.การทดสอบแบบ Multivariate

การทดสอบที่ซับซ้อนกว่า A/B Testing ธรรมดา โดยทดลองหลายองค์ประกอบพร้อมกัน เช่น การทดสอบหลายส่วนของหน้าเว็บไซต์เพื่อดูว่าการรวมกันของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีผลอย่างไร

6.การทดสอบส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix Testing)

การประยุกต์ใช้ A/B Testing เพื่อทดสอบกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน เช่น การโปรโมตผ่านช่องทางต่างๆ, ข้อเสนอราคา, หรือการบรรจุภัณฑ์

7.การทดสอบในสื่อโฆษณาออนไลน์

การทดสอบภาพโฆษณา, ข้อความโฆษณา, หรือแพลตฟอร์มการโฆษณา เพื่อดูว่าสิ่งใดส่งผลให้เกิดการคลิกหรือการตอบสนองที่ดีที่สุด

 

การทำ  A/B Testing จะช่วยให้คุณได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพและได้ผลลัพท์ที่ดีแบบไม่สะกดจิต เพราะเราสามารถรู้ข้อมูลจริงทั้งหมด ทั้งรูปแบบ การออกแบบ สถิติต่าง ๆ  เพียงเสียเวลาคิดและออกแบบเพิ่มเติมนิดหน่อย หาผู้ที่ชนะไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผลลัพท์ที่พอใจ นับว่าเป็นอีกเทคนิคที่นักการตลาดควรทำอย่างยิ่งในปัจจุบัน